Showing posts with label เกาหลี (S.Korea). Show all posts
Showing posts with label เกาหลี (S.Korea). Show all posts

Apr 26, 2016

2016 Cherry Blossom in Seoul

เดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลซากุระบูชา ที่ชาวไทยทั้งหลายจะไปรวมตัวกันตามแหล่งที่ดอกซากุระบานโดยมิได้นัดหมาย ปีนี้ก็เช่นกันเห็นเพื่อนใน Timeline ทั้ง FB ทั้ง Twitter ทั้ง Line โพสต์รูปท่ามกลางดอกซากุระกันเต็มไปหมด ส่วนมากจะเป็นที่ญี่ปุ่น แต่บังเอิญเราได้ไปเกาหลีช่วงต้นเดือนเมษา ซึ่งบังเอิญอีกล่ะที่เป็นช่วงที่ซากุระกำลังบานแน่น สวยงามในโซล


แม้ว่าวันแรกจะเจอฝนไปหน่อย ทำให้อากาศหนาวจนไข้ขึ้น ใครหนอบอกว่าสปริงแล้ว ฤดูใบไม้ผลิ อากาศกำลังดี เราออกจากสนามบินแทบชัก ดีว่าพอติดเสื้อหนาวตัวหนามาด้วย ไม่งั้นต้องมีซื้อใหม่กันล่ะ ซึ่งก็คงหายาก เพราะแฟชั่นตามร้านเปลี่ยนเป็น spring season หมดแล้วจริงๆ

ใครไม่หนาว เค้าหนาว

Jan 2, 2013

Korea Chic & Chill

TRIP NOV.2012 : SEOUL, KOREA


ไปเกาหลีตามสัญญาที่ให้ไว้กับน้องๆ LYH เมื่อ 3 ปีก่อนว่าจะรวมตัวกันไปเกาหลีอีกรอบ ผลัดมาเรื่อยๆจนปีนี้ลงตัวแต่ก็รวมกันได้ไม่ถึงครึ่งทีมของปี 09 T__T เสียดายแต่ไม่เสียใจ แค่ 4 คน ยังไงก็ไปรำลึกความหลังกัน แถมเพิ่มน้องใหม่ที่ไม่เคยไปเกาหลีไปอีกคนรวมเป็น 5 คนก็กำลังเหมาะ

ปีนี้ไปเดือนพฤศจิกายน ก็หนาวอยู่ แต่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยงามไปหลายถนน บางวันก็หนาวกำลังดี แต่บางวันฝนตกแฮะ!! จริงๆไม่ใช่ฝนนะมันเป็นน้ำแข็งแบบลูกเห็บเลยเหอะ แต่ส่วนมากแค่หนาวลมแรงๆ คราวนี้พัก hongdae guesthouse สุดแสนสบายอยู่ติดสถานี Hongik เลย ชนิดว่าโผล่ขึ้นจาก Exit 1 ก็ถึงเลย ห้องใหญ่โตพักได้เป็นสิบเถอะ แต่เค้าให้พักมากสุด 6 คน พร้อมครัวเล็กๆในห้องด้วย

ถนนที่แนะนำให้ไปเดินดูใบไม่เปลี่ยนสีตามสไตล์ชิคแอนด์ชิลมีหลายเส้น เช่น คาโรซุกิล เดินไปเรื่อยๆ โผล่ไปย่านอัพกูจองได้เลย มีของให้เดินช็อปได้เยอะแยะน่ารักทั้งนั้น

คาโรซุกิล (Garosu-gil)

แถบคังนัมก็สวยใช่เล่น ถนนกว้างๆคนเดินกันขวักไขว่ ดูแล้วคึกคักดี ใบไม้สีเหลืองตลอดถนนรวมกับตึกสวยๆ เป็นวิวถ่ายรูปได้ดีเลย ไปเดินเต้นกังนัมสไตล์สักหน่อยก็น่าจะดี

แถบอัพกูจองก็สวยดี ถนนกว้าง ตึกสูงๆ ย่านไฮโซมีแต่ร้านแบรนด์ดัง แต่เราไปเดินเล่นเอาบรรยากาศได้ เราไปเดินเล่นวันไปร้านกาแฟแจจุง เดินชิคแอนด์ชิลไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปกับใบไม้เปลี่ยนสีตามรายทาง

อีกที่ที่เราไปคือสถานีวิทยุโทรทัศน์ KBS เพราะน้องเจนอยากไปเยี่ยมร้านกาแฟ Handel and Gretel ของเยซอง ซูปเปอร์จูเนียร์ ที่อยู่ถนนด้านหน้าของตึก ปรากฏว่าพอนั่งรถไฟไปลงสถานี National Assembly เดินออกทางออก 4 โผล่ขึ้นไปบนถนน โอ้ว....ถนนนี้มันสวยมากเลยนะ

KBS radio and television network

Oct 18, 2012

ตะลุยไร่ชาพร้อมพาไปชินชอน

TRIP: MAY 2012 - KOREA

Korea 2012 Photo gallery at pbase.com > http://www.pbase.com/ton_manuswee/korea_2012

ไปเกาหลีมาเดือนก่อน... เริ่มร้อนแล้วแต่ยังไม่มากก็กำลังดี กลางวันแดดแจ๋แต่ลมเย็น

ตกเย็นหนาวหน่อยๆ เดินเล่นสบายดี ไม่ร้อนมากไม่หนาวมาก
ไปคราวนี้ ได้เที่ยวที่แปลกๆบ้าง นั่งรถไฟ นั่งรถบัส นั่งแท็กซี่มึนตรึ๊บ
ขอบอกว่ารถไฟ รถบัส ของเค้าตรงเวลามาก อย่าได้โอ้เอ้ ตกกันเห็นๆได้เลย


2-3 วันแรกอยู่ในโซล เย็นวันนึงไปดูแสงสีเสียงที่สะพานบันโพกัน ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปลง Dongjak station จากนั้นเดิน ไกลอยู่ มองหาป้ายเดินไปเรื่อยๆ


เวลาจะไปชมก็ตามนี้โดยประมาณ
Operating Hours
April-October (Operating hours may vary by month)
※ April-June (2012)
* Weekdays: 12:00, 20:00, 21:00 (15min)
* Weekends: 12:00, 17:00, 20:00, 20:30, 21:00, 21:30 (15min)

หรือไปดูที่ > http://www.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=1011983 นอกจากแสงสีเสียงที่สะพานแล้ว ก็มีอิตึกลอยน่ำนี่อีก ประดับไฟสีสวยดี คนไปเดินเล่นถ่ายรูปกันเยอะ ไม่รู้พวกทัวร์จะพามามั๊ย ถ้าว่างๆก็มาเดินเล่นได้  อิตึกลอยน้ำอยู่ด้านซ้ายของสะพาน ดูแสงสีต้องมาดูด้านขวา หาขนมหาน้ำมานั่งดูไปฟังเพลงไป ชิลๆ ค่ะ ไม่มีไรมาก ถ้ามีคู่เอาคู่ไปด้วย เพราะคนอื่นมันมาเป็นคู่ๆเต็มเลยยยยยย


Oct 13, 2012

ไปเกาหลี.....


Trip Sep. 2011 : Korea  



อื้อ....ใช่ ไปเกาหลี แบบปุบปับ...ไม่ได้ทำอะไรนอกจากดูคอนฯ เดินเล่น กินข้าว กินกาแฟ.....
กำลังเปลี่ยนจากร้อนเป็นหนาวพอดิบพอดี

วันแรกแบกเสื้อหนาวไป ร้อนเหงื่อย้อย
วันที่ 2 ใส่แขนสั้นไม่เอาเสื้อหนาวไป ตกเย็นลมหนาวโชย
วันที่ 3 เอาเสื้อหนาวไปแจ่ไม่เอาร่มไป ฝนดันโปรย
วันที่ 4 อากาศเข้าที่ล่ะ ลมเย็นๆสบายๆ เสื้อ 2 ตัวกำลังดี
กลับพอดี - -"


Day 1

ถึงสนามบินอินชอนตอนเช้าๆ จัดการเอากระเป๋าออกมาแล้วไปรับโทรศัพท์เช่า ถ้าต้องการใช้งานโทรศัพท์ทั้งโทรทั้งเล่นเน็ต แนะนำให้เช่า อย่าเปิดโรมมิ่งมา เพราะเช่าที่นี่ใช้เครือข่ายที่นี่ทั้งถูกกว่าและเร็วกว่า สะดวกกว่ามากๆ มันมีหลายเจ้าให้เลือก ให้ทำการจองเครื่องผ่านเว็ปมาก่อนจะได้ลดราคา มันจองแค่ชื่อไม่ต้องเสียเงินไม่ต้องใส่ข้อมูลบัตรเครดิตใดๆ

เอาใบจองที่รับทางเมล์มาติดต่อรับเครื่องที่เคาเตอร์ (จริงๆแล้ว walk in มาเช่าก็ได้ แต่จะไม่ได้ส่วนลดค่าเช่า) ลองดูตามนี้ S-Roaming หรือ SK Telecom ถ้าใครโรมมิ่งมาแล้วจะใช้เน็ตให้ถามดีๆก่อนมาว่ามาถึงแล้ว register กับ Operator เกาหลีอันไหนนะ ถ้าผิดกับคู่สัญญาของเค้า คุณไม่ได้ราคาโปรโมชั่นนะ จะโดนอ่วมกันล่ะตอนกลับไป ระวังกันให้ดี โดนกันมาเยอะ ถึงบอกว่าเช่าที่นี่ปลอดภัยกว่าเยอะ

เสร็จทุกอย่างก็ลากกระเป๋าไปขึ้นรถไฟใต้ดิน เดินไปตามป้ายเรื่อยๆ ถึงสถานีรถก็ซื้อบัตรเป็นเที่ยวๆหรือใครที่จะใช้รถไฟเดินทางท่องเที่ยวทั้งทริปก็ซื้อบัตร T money แล้วใส่เงินไว้ได้ ใช้ขึ้นรถไฟ ขึ้นรถบัตร ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อยังได้ แปะปื๊ดก็เข้าไป ไล่แผนที่ดูดีๆจะไปไหน เพราะระบบรถไฟฟ้าของเขาเยอะมาก โยงกันเหมือนใยแมงมุม ไปได้ทั่วโซล ต้องเลือกวิธีที่ต่อสายต่อสีให้น้อยๆ หน่อย > SMRT

Sep 18, 2012

ทุบกระปุกบุกโคเรีย ภาคจบ

Trip Dec. 2009 : Korea

ทุบกระปุกบุกโคเรียภาคจบ


Click for Korea in Winter 2009 Photo Gallery at pbase.com

*** นามิซอม เกาะแห่งรัก *** 



วันนี้กลับเข้าสู่โปรแกรมท่องเที่ยวของพวกเรา วันนี้ไปเกาะนามิ เกาะนี้ดังเมื่อหลายปีมาแล้ว เพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำละครดัง winter love song ไม่รู้ว่าดังขนาดไหน เพราะเราไม่ได้ดู ไม่ชอบหนังรักโรแมนติกขนาดนั้น แต่ก็คงดังมากเพราะทำเป็นจุดขายของเกาะได้เลย ทัวร์ส่วนมากก็แวะมาเที่ยวกัน เกาะอยู่ห่างจากโซลไม่มากนั่งรถแค่ 1 งีบก็ถึงแล้ว แล้วต้องนั่งเรือข้ามไปเกาะอีกแป๊ปนึง ไปถึงเจอนักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งไทยทั้งจีน จริงๆแล้วควรมาเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง มันคงจะสวยเห็นในรูปที่แกลเลอรี่บนเกาะ ไม่อย่างนั้นก็มาฤดูหนาวแบบหิมะคลุมเต็มไปเลย แต่ที่เรามาหิมะมันเพิ่งลงไม่มาก ก็เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ก็ดีที่คนไม่เยอะมากเท่าช่วงไฮซีซั่น บนเกาะสามารถเดินเที่ยวเล่นถ่ายภาพได้รอบเกาะเลย แต่จุดไฮไลต์ก็มีไม่กี่จุดหรอก เช่น แนวต้นสน มีหลายแนวเหมือนกัน รูปปั้นหรือพวกฉากจากหนัง มีบ้านโบราณ มีสวน มีสระน้ำ ถ้ามาช่วงอากาศดีๆมีเวลาเยอะ บางคนเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะก็น่าสนุกดี

พวกเราก็เดินตามแนวต้นสนไปเรื่อยๆ ธรรมชาติสวยดีเหมือนกัน มีกระรอกวิ่งขึ้นวิ่งลงตามต้นสน มีนกกระจอกเทศที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้เดินไปเดินมา เดินไปจนสุดเกาะด้านหนึ่ง ถ่ายรูปกันไปเรื่อยเปื่อยก็เดินกลับ ช่วงนี้ค่อนข้างหนาว มีหิมะตามพื้นแต่ไม่หนามาก ได้อารมณ์เย็นยะเยือกดีทีเดียว กลับออกมาก็ใกล้เที่ยง พี่ติ๊นาพาไปแวะทาน ทัคคัลบี้ ไก่ผัดซ๊อส เราว่าอร่อยดี ไก่หมักนำมาผัดกับซ็อสเค็มๆหวานๆ ใส่ผักเยอะๆ เกาหลีนี่นิยมให้คนกินมี Activity เลยให้มาผัดกันเองที่โต๊ะมีกระทะร้อนใหญ่ๆแบบทอดหอยทอดผัดกันไปควันขโมง อร่อยดีกินไก่ไปสักครึ่งกะทะเขาก็จะเอาข้าวลงมาผัดคลุกกับไก่ไปด้วย เอาไว้กินแกล้มไก่ อร่อยมากๆ ข้าวคำ ซุปคำ กิมจิคำ แซ่บสุดๆ

อิ่มแล้วก็นั่งรถกลับโซลกัน แผนวันนี้จะกลับไปแวะพระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbokgung) แต่พวกเราไปถึงมันเป็นเวลาประมาณสี่โมงครึ่งเย็น เขาไม่ให้เข้าแล้ว พี่ติ๊นาแกยอมรับว่าแกลืม เพราะถ้าหน้าร้อนเขาเปิดให้เข้าได้ถึงห้าโมง ตอนนี้มันเข้าหน้าหนาวแล้ว ลืมไป...โฮ่

เลยเปลี่ยนแผนไป โซลทาวเวอร์กันแทน โซลทาวเวอร์ อยู่ที่เขานัมซาน กลางกรุงโซลเลย เหมือนประมาณเขารังกลางภูเก็ต ต้องจอดรถไว้แล้วเดินขึ้นเนินไปนิดหน่อย มีผู้คนเดินเล่นกันเยอะมาก ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเกาหลี อากาศดีพอควรแต่ฟ้าไม่ค่อยเปิด พวกเราเดินมาจนถึงล็อบบี้ของโซลทาวเวอร์ พี่ติ๊นาไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ไปยอดทาวเวอร์ (ข้อเสียของการมากับทัวร์คือไม่รู้ข้อมูลไรเลย ไม่รู้ตั๋วราคาเท่าไหร่) ลิฟต์เร็วมากจากชั้นล่างสุดขึ้นไปชั้นบนสุด (สูง 240 ม.) ใช้เวลาแป๊ปเดียว ด้านบนเหมือนหอคอยชมเมืองทั่วไปคือเป็นกระจกรอบด้าน 360 องศา มองเห็นโซลได้รอบด้าน ขึ้นมาช่วงเย็นๆอย่างนี้ก็ได้บรรยากาศดี คือเห็นตั้งแต่สว่างจนค่อยๆมืด ก็จะเห็นแสงไฟในเมืองสว่างไสวเต็มไปหมด

ทุบกระปุกบุกโคเรีย ภาคแรก

Trip Dec. 2009 : Korea


ครั้งนี้ขอเรียกว่าเป็นบันทึกท่องเที่ยวแล้วกัน เพราะอาจไม่มีข้อมูลให้ไปใช้ท่องเที่ยวตามเท่าไหร่ เพราะคราวนี้ให้เอเยนต์ท่องเที่ยวจัดให้ เราแค่จดรายการสถานที่ที่อยากไปให้เขา เขาก็จัดมาให้เลย เลยขาดข้อมูลการติดต่อและราคาไปเยอะ จึงกลายเป็นบันทึกท่องเที่ยวเกาหลี “ทุบกระปุกบุกโคเรียกับสาวๆ LYH”


Click for Korea in Winter 2009 Photo Gallery at pbase.com

จากการวนเวียนดูหนังเกาหลีมาก็หลายเรื่อง ในที่สุดก็ได้ไปเกาหลีจนได้ รวบรวมสมัครพรรคพวกได้ 9 ชีวิต จึงติดต่อทัวร์ให้จัดกันแบบส่วนตัวไปเลย เพราะเราเที่ยวไม่เหมือนคนปกติ เพราะ 9 คนเป็นสาวๆกันหมด สาวมากสาวน้อยคละๆกันไป แต่ละคนมีภาระกิจส่วนตัวในการตามล่าหาขวัญใจหนุ่มเกาหลีไปต่างๆกัน ไหนจะช๊อปปิ้งไม่เหมือนใครอีก ไปส่วนตัวแหละดีแล้ว ต้นเดือนธันวาคม 2552 ได้ฤกษ์เบิกชัย แต่การเดินทางที่คิดว่าจะสบายกลับเพี้ยนๆเพราะเจอเอเยนต์ไม่ได้ดั่งใจ ก่อนบินไม่กี่วันดันมาบอกว่าต้องบินไปลงปูซานแทนโซล แต่ขากลับกลับจากโซลได้ เออเว้ย.....จะกลับลำยังไงได้ล่ะ เลยถือซะว่าได้มีโอกาสไปเห็นเมืองปูซาน เมืองท่าสำคัญของเกาหลีใต้ก็แล้วกัน แถมเป็นบ้านเกิด กงยู ดาราเกาหลีขวัญใจพวกสาวๆ 9 ชีวิตด้วย

*** เหินฟ้าไปปูซานบ้านเกิดกงยู *** 



คิดในแง่ดีก็ต้องว่าโชคดีที่มีตั๋วไปเที่ยวได้ในช่วง long weekend อย่างนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เสียงคนไทยคึกคักกรี๊ดกร๊าดไปทั่ว ต่างคนสนองนโยบายไทยเที่ยวไทย โดยการบินไปเมืองนอกกันเพียบ (ออกแนวสำนึกรักบ้านเกิดขึ้นมาซะงั้น) เนื่องจากความผิดพลาดนิดหน่อยทำให้เราเดินทางกันดึกไปนิด Korean airline flight KE652 บินตรงกรุงเทพฯ – ปูซานในเวลาห้าชั่วโมงกว่าๆ ออกเดินทางก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว หลับๆตื่นๆกันไป ก็ถึงปูซานตอนเช้าๆแดดกำลังเริ่มส่องพอดี แรกเห็นเกาหลีใต้จากหน้าต่างเครื่องบินมันเป็นทะเลสีฟ้าสวย แม้อากาศจะขมุกขมัวนิดหน่อย แค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว สนามบินปูซานใหญ่โตโอ่โถงดีทีเดียว 9 ชีวิตเดินตามกันมาแบบหวาดๆจากคำขู่ของใครหลายๆคนว่าตม.ผ่านยาก เคยมีคนไม่ได้เข้าด้วย เมืองไทยมาเกาหลีไม่ต้องขอวีซ่าแต่ดันมาพิจารณาเอาที่สนามบินนี่ สู้ให้ขอวีซ่ายังดีซะกว่า ไม่ให้เข้าจะได้ไม่ต้องเสียค่าตั๋ว นี่ให้มาเสี่ยงดวงเอา มันนโยบายอะไรกันก็ไม่รู้แฮะ

ในพวกเรา 9 ชีวิต เราเองดูจะปลอดภัยที่สุดเพราะเดินทางมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ตม.ไม่น่ามีปัญหา เจ๊หมูเป็นคนที่พวกเราห่วงเป็นที่สุดเพราะพาสปอร์ตเธอขาวโพลนเหมาะแก่การสงสัยว่าจะมาหาสามีเกาะกินอยู่ที่เกาหลี แต่ไปๆมาๆ เจ๊หมูก็ผ่านโลด แต่เราโดนเรียกเข้าห้อง!! โดยเหตุผลว่ากลับไม่พร้อมเพื่อน (ให้เอเยนต์ทำโปรแกรมทัวร์ไว้แค่ 5 วัน 6 คนกลับก่อน เรากับเพื่อนอีก 2 คนจะอยู่ตะลุยโซลต่อกันเองอีก 2 วัน) บ๊ะ...แต่เพื่อนที่กลับพร้อมเรากลับไม่โดนเรียก มาเรียกเราคนเดียว เป็นที่ฮือฮาไปทั่ว กลุ่มทัวร์ไทยอื่นๆก็ฮือฮาๆ พากันหวั่นไหวไปด้วย เมื่อเห็นเราโดนชี้เข้าห้อง แต่จริงๆแล้ว ตม.ผู้หญิงคนที่ตรวจเราเธอคงไม่เข้าใจภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆของเรา ที่บอกว่าจะอยู่ต่อ จะเที่ยวโซล เธอได้แต่ถามว่า ทำไมไม่กลับพร้อมเพื่อนๆๆ ถามอยู่นั่นแหละ พอเข้าในห้องอธิบายให้ตม.ผู้ชายฟัง พร้อมชี้ให้ดูสาวๆ 8 ชีวิต ที่ยืนรอชะเง้อชะแง้กันด้านนอก ตม.หนุ่มไม่เห็นสงสัยอะไร ทำหน้าเอือมๆแล้วประทับพาสปอร์ตให้ พร้อมโบกมือไล่ ไปๆๆๆ สรุปได้ว่า ไม่มีเหตุและผลใดๆทั้งสิ้น แล้วแต่อารมณ์ตม. และผู้หญิงเกาหลีพูดไม่รู้เรื่อง (มีเรื่องอื่นๆจากเจ้าหน้าที่ผู้หญิงอีกวันต่อมา)