Trip May 2009 : Nepal
My Nepal Photo Gallery at Pbase.com > http://www.pbase.com/ton_manuswee/nepal
ไม่คาดคิดว่าจะได้ไปเนปาลในตอนนี้ เนปาลไม่ได้อยู่ในรายการท่องเที่ยวปีนี้ด้วยซ้ำ
คงเป็นพรหมลิขิตซะมั๊ง ที่อยู่ๆก็ตัดสินใจ ........ไป...ไปเนปาลกัน.....
โชคดีที่ painaima.com เปลี่ยนให้เราใช้บริการการบินไทยแทนรอยัลเนปาลแอร์ไลน์ เครื่องจึงใหญ่นั่งสบาย อาหารอร่อย landing ก็นุ่มนวล แค่ 3 ชั่วโมงกว่าก็ถึงสนามบินตรีภูวัน เมืองกาฏมาณฑุประเทศเนปาลแล้ว ไปถึงตรงเวลาคือประมาณเที่ยงแก่ๆ ปรับนาฬิกาย้อนหลังไปประมาณ 1.15 ชั่วโมงก็เป็นเวลาเนปาลแล้ว จัดแจงผ่านขั้นตอนตม.ออกมา เจอเด็กหนุ่มหน้าตาไม่ยักเนปาลเท่าที่คาด ยืนถือป้ายรอรับ แนะนำตัวกันได้ความว่าชื่อ “อารบิน” เป็นชาวเนปาลแท้ แต่เคยไปบวชเรียนที่เมืองไทยอยู่ 6 ปี พูดไทยปร๋อแถมพูดใต้ได้อีกต่างหาก ฮ่าๆ มันส์แน่ๆ
อารบินพาพวกเราไป check in โรงแรม nirvana ในย่านทาเมล แถบข้าวสารของกาฏมาณฑุ แล้วก็ออกเที่ยวกันเลย ที่แรกที่จะไปบ่ายนี้คือ วัดพุทธมหายาน วัดโพธินาถ (Boudhanath) นั่งรถผ่าเมืองไปทางตะวันออกไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วแรกเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไป ก็มองเห็นเจดีย์สีขาวหม่นทรงโอคว่ำอันใหญ่ ด้านบนมีดวงตาเห็นธรรม โตเหมาะสมกับขนาดของเจดีย์ ธงภาวนาหลากสีขึงระโยงระยางทั่วไปหมด เหมือนภาพที่เคยเห็นตามนิตยสารไม่ผิดเพี้ยน
เจดีย์โพธินาถได้ชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่ใหญ่สุดในเนปาล มีชาวธิเบตและชาวพุทธทั่วไปมาสักการะกันมากมาย แต่ละคนต่างเดินทักษิณาวัตรสวดภาวนาพร้อมหมุนกงล้อธรรมไปรอบฐานเจดีย์ นักท่องเที่ยวอย่างเรา เดินสักการะเสีย 1 รอบ แล้วขึ้นไปสัมผัสแบบใกล้ชิดด้านบนอีก 1 รอบ ก็พอแล้ว ลงมามองหาร้านกาแฟน่านั่งที่อยู่บนอาคารร้านค้าที่มีอยู่รายรอบเจดีย์ นั่งจิบกาแฟหามุมมองถ่ายภาพแปลกๆตา พร้อมมองดูผู้คนด้านล่างที่ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ ทั้งมานั่งเล่นเดินเล่นมาสวดมนตร์เต็มไปทุกด้าน
ใช้เวลาไปจนเต็มอิ่มก็กลับมาพบอารบินที่ทางเข้า เย็นนี้เรามีโปรแกรมอาหารเย็นแบบเนปาลีเซ็ต พร้อมชมการแสดง พวกเราไปถึงร้านเป็นกลุ่มแรกบ๋อยชาวเนปาลยังจัดที่ไม่เสร็จเลย ร้านออกสลัวถึงมืด เวลากินอาหารต้องเพ่งกันเล็กน้อย เริ่มต้นที่เหล้าท้องถิ่นของเนปาล ที่ใช้เหยือกยกเทเป็นสายยาวเสียวกระฉอกหก จิบแล้วไม่ไหวขอถอยเพราะแรงเหลือเกิน อาหารเนปาลถูกยกออกมาตักเสิร์ฟในจานทองเหลืองใบใหญ่ของแต่ละคน อารมณ์ประมาณข้าวแกงแต่มีกับหลายอย่าง มีไก่มีหมูมีผักเป็นส่วนใหญ่ สักพักดนตรีก็เริ่มบรรเลง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเพลง resham firiri ซึ่งต่อไปจะได้ยินแทบทุกวัน....จากนั้นก็มีการแสดง นักเต้นก็วิ่งเต้นไปทั่วร้าน เด็กเสิร์ฟก็เดินเสิร์ฟไป คนเก็บโต๊ะก็เก็บไป เดินกันวุ่นวายทั่วร้านแปลกดี ดูๆไปไฟก็ดับ พรึ่บ!! เฮ....อารบินบอกว่า เดี๋ยวเขาก็ปั่นไฟ ตอนนี้คงเป็นเวลาไฟดับย่านนี้ อืมม...จริง สักพักไฟก็มา....ดูไป 2-3 ชุดก็ไม่ไหวแล้วขอกลับไปนอนพักผ่อนดีกว่า...นมัสเต










